ขั้นตอนสปารถระดับ Professional – ทำอย่างไรให้รถสะอาดทุกซอกอย่างถูกวิธี
การสปารถไม่ใช่เพียงการดูดฝุ่นหรือเช็ดทำความสะอาดพื้น แต่เป็นศาสตร์ของการดูแลพื้นที่ห้องโดยสารในเชิงลึก โดยต้องใช้ทั้งความรู้ ความเชี่ยวชาญ และผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับวัสดุแต่ละชนิด บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกขั้นตอนของการสปารถที่ถูกต้องในระดับมืออาชีพ
1) ขั้นตอนตรวจเช็กก่อนเริ่มงาน (Inspection)
ทีมช่างตรวจสอบรายการต่อไปนี้
- กลิ่นไม่พึงประสงค์
- ฝุ่นและคราบสะสม
- รอยน้ำบนเบาะ
- คราบสกปรกบนเพดาน
- วัสดุแต่ละส่วน เช่น หนัง, ผ้า, พลาสติก
การตรวจหาสาเหตุช่วยให้ทีมงานเลือกวิธีสปารถที่เหมาะสม โดยไม่ทำให้วัสดุเสียหาย
2) ดูดฝุ่นแบบละเอียดทุกซอก
ทีมงานใช้เครื่องดูดฝุ่นแรงดึงสูงพร้อมหัวดูดหลากชนิด เพื่อทำความสะอาดแม้ในจุดที่เข้าถึงยาก เช่น
- ร่องเบาะ
- ช่องแอร์
- ใต้พื้นผิวพรม
- ขอบประตู
ขั้นตอนนี้ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะและประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ
3) การขจัดคราบบนเบาะ (Stain Removal)
แต่ละชนิดของเบาะต้องใช้น้ำยาเฉพาะ เช่น
- เบาะหนัง: ใช้น้ำยา pH Balanced
- เบาะผ้า: ใช้น้ำยาซักเบาะแบบสกัดลึก
- Alcantara: ต้องใช้เทคนิคเฉพาะ ไม่สามารถใช้น้ำได้มาก
สิ่งนี้แสดงถึงความเป็น Specialist ของคุณ
4) การทำความสะอาดแอร์และช่องลม
ฝุ่นและแบคทีเรียสะสมในช่องแอร์ทำให้กลิ่นไม่พึงประสงค์ การใช้โฟมทำความสะอาดแบบไม่ทำลายระบบช่วยให้รถ “หายใจได้ดีขึ้น”
5) การฆ่าเชื้อด้วยโอโซน
ขั้นตอนสำคัญของงานสปารถระดับมืออาชีพ
- ขจัดกลิ่น
- ฆ่าเชื้อโรค
- ทำให้ห้องโดยสารสะอาดยาวนานขึ้น
6) เคลือบปกป้องภายใน
การเคลือบหนังหรือพลาสติกช่วยป้องกัน
- การแห้งกรอบ
- การซีด
- การลอก
และทำให้วัสดุดูใหม่อยู่เสมอ
7) ตรวจเช็กคุณภาพหลังทำงาน
เป็นขั้นตอนที่ร้านพรีเมียมส่วนใหญ่ขาด แต่ในไฟล์แบรนด์ของคุณระบุว่า “มีระบบ Aftercare และตรวจสภาพก่อน–หลัง” (หน้า 5, 8)
จึงทำให้การสปารถของคุณแตกต่างจากร้านทั่วไป
บทสรุป
การสปารถแบบ Professional ไม่ใช่งานที่ใครก็ทำได้ แต่ต้องอาศัย
- ความรู้
- ประสบการณ์
- อุปกรณ์เฉพาะทาง
- ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง
หากทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง รถของคุณจะสะอาดลึก สวยนาน และปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม



